iTopPlus
iTopPlus30399483943

iTopPlus675381122842

iTopPlus355387930356

iTopPlus1229310347570

ปฏิทินกิจกรรม
จำนวนผู้เยี่ยมชมทั้งหมด
สหภาพแรงงานฮอนด้าฯ
     ในโลกล้วนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอันเป็นปรากฏการณ์  เช่น สภาพเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวการณ์ ดังที่เห็นมาในประวัติศาสตร์ขบวนการแรงงานไทยก็ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์อื่นๆ ทางสังคมนับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็มีทั้งรุ่งเรืองและซบเซา บางครั้งคึกคักเข้มแข็ง ผู้นำโดดเด่นมีอุดมการณ์แน่วแน่ ผู้ใช้แรงงานเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิเนืองแน่นบ้างถูกคุกคาม ถูกไล่ล่า หายสาบสูญเป็นวีระชนนิรนาม บ้างถูกจับกุมคุมขังด้วยข้อหา "ภัยสังคมหรือภัยต่อความมั่นคงของรัฐ" จำต้องหลีกหนีจากนาครสู่วนา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมืองการปกครอง ในแต่ช่วงของการเปลี่ยนแปลง และแต่ช่วงของการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ว่าจะดีขึ้นหรือเลวร้าย

     หากเราได้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ ประสบการณ์ในอดีตเราจะไม่กังวลใจจนเกินกว่าเหตุ เนื่องจากการเมืองที่ผันผวนไปนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อขบวนการแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ซึ่งบุคคลต่าง ๆ ล้วนแต่ได้รับผลพวงในชะตากรรมที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ผู้นำแรงงานในอดีตหลายคนสับสน บางคนสิ้นหวัง หลายคนหวั่นไหว แต่ก็มีไม่น้อยยิ่งถูกกดขี่ยิ่งต่อสู้ ยิ่งยืนหยัด แม้จะเจ็บปวดจากการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน เพียงไร แต่เขาเหล่านั้นยึดหลักที่ว่า "ไม่มีพลังใด ยิ่งใหญ่เท่าพลังแห่งความสมานสามัคคี" และเชื่อว่าผู้ใช้แรงงานหรือกรรมกรคือผู้สร้างโลกให้วัฒนาเหตุไฉนเล่าสิทธิแรงงานไทยถึงอาภัพ และถูกเพิกเฉยแบบมาราธอนเรื่อยมา

     ด้วยเหตุนี้การรวมตัวกันย่อมดีกว่าต่างคนต่างอยู่ แบบตัวใครตัวมัน เพราะการต่อสู้เพื่อสิทธิอันชอบธรรมจำเป็นที่จะต้องมีพลังแห่งการรวมตัว และจงอย่าท้อถอย สิ้นหวัง เพื่ออนาคตที่ดีงาม ขอเพียงยืนหยัดยืนยงเข้มแข็งและอดทน มุ่งมั่นขจัดอำนาจที่ไม่ชอบธรรมให้หมดไป รวมถึงพวกแอบอิงอำนาจ 

      เพราะฉะนั้น การมีสหภาพแรงงาน ทุกคนอยู่ดีมีความปลอดภัยและมั่นคงในการทำงานจนถึงทุกวันนี้ เพราะความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญของคณะผู้ก่อการสหภาพแรงงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์กรของพวกเรา ณ บรรทัดนี้ พวกเราในนามผู้สานต่อเจตนารมณ์อุดมการณ์ จึงขอก้มกราบคารวะจิตวิญญาณของท่านผู้กล้าเหล่านั้นด้วยจิตคารวะ.
                   
• พ.ศ. 2518

     Sahaphap สหภาพแรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ครั้งแรกใช้ชื่อว่า "สมาคมลูกจ้างผลิตรถจักรยานยนต์ สมุทรปราการ" (ไทยฮอนด้า) ทะเบียนเลขที่ สป. 7  ตามประกาศคณะปฏิวัติฉนับที่ 103 (ปว.103) ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2518  รัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ได้ผ่านกฏหมายแรงงานหรือ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ 

     พ.ศ. 2518 มีผลบังคับใช้ จึงยกเลิกประกาศกระทรวงมหาดไทย (ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103) มีผลให้สมาคมลูกจ้างทุกแห่งที่จดทะเบียนไว้ก่อนนี้เปลี่ยนสถานภาพเป็นสหภาพแรงงาน หรือเป็นนิติบุคคลตามพระบัญญัติแรงงานสัมพ้นธ์ พ.ศ.2518 และสมาคมลูกจ้างผลิตรถจักรยานยนต์ สมุทรปราการ (ไทยฮอนด้า) จึงได้ยกฐานะเป็น "สหภาพแรงงาน" และเปลี่ยนชื่อเป็น "สหภาพแรงงานผลิตรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย" ในช่วงก่อตั้งก็ถูกขัดขวางจากฝ่ายนายจ้างเป็นอย่างมาก

กรรมการชุดก่อการ
1. นายชม ถึงพิทักษ์6. นายสามารถ เกษโกศล
2. น.ส.อำไพ จิตจำไว7. นายบุญทิ้ง สีทอง
3. น.ส.จันเพ็ญ ศรีวัฒนประยูร8. นายบุญสืบ ทินอยู่วงศ์
4. น.ส.มาลา บะวงษ์9. นางประทุม งามแท้
5. นายสมชาย สุดสวาท10. นายประเสริฐ โต๊ะเมือง


     ผู้ริเริ่มก่อตั้งถูกเลิกจ้างทั้งหมด ขณะนั้นยังไม่มีศาลแรงงานเพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงาน มีแต่เฉพาะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไตรภาคี (ครส.) สังกัดกรมแรงงานกระทรวงมหาดไทยผู้ก่อการทั้งหมด 10 คน ถูกเลิกจ้างและตกอยู่ในภาวะจำยอมออกจากงานเป็นจำนวน 9 คน เหลือเพียงเลขาธิการสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นสุภาพสตรีหนึ่งในคณะผู้ก่อการ คือ นางสาวจันเพ็ญ ศรีวัฒนประยูร  ที่ยืนหยัดต่อสู้กับนายจ้างที่ถูกกล่าวหาถึง 4 ข้อหา (อ้างใน 30 ปีสหภาพแรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย) จนกระทั่งนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไตรภาคี ซึ่งต้องใช้ระยะพิสูจน์ถึง 5 ปี สุดท้ายคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไตรภาคีออกคำสั่งให้นายจ้าง (บริษัท) รับลูกจ้าง คือ เลขาธิการสหภาพแรงงานกลับเข้าทำงานโดยปราศจากเงื่อนไข แต่นั่นคือคำสั่งของคณะกรรมการฯ ก็มีผลเพียงในทางนิตินัย หาได้มีบทลงโทษแต่ประการใดไม่ ส่วนในแนวปฏิบัติลูกจ้างมักเป็นฝ่ายถูกกระทำเสมอ โดยให้ยินดีรับการประนอมความ ซึ่งมีข้อกล่าวอ้างพ่วงท้ายเสมอว่า เพื่อลดความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายในเรื่องปัญหาแรงงานสัมพันธ์เวลานั้น ซึ่งจะได้ปรับปรุงอนาคตให้ดีขึ้น และสุดท้ายเพื่ออนาคต ที่ดีงามของคุณจันทร์เพ็ญ ผลปรากฏว่า คุณจันทร์เพ็ญ ศรีวัฒนประยูร ได้ตกลงประณีประนอมยอมความโดยมีข้อตกลง ดังนี้


1. 
น.ส.จันทร์เพ็ญ ศรีวัฒนประยูร ตกลงจะไม่ทำงานในบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด อีกต่อไป
2. น.ส.จันทร์เพ็ญ ศรีวัฒนประยูร ตกลงยอมรับเงินที่บริษัทได้จ่ายให้รับไปแล้วจำนวน 14,532 บาท กับขอรับอีก 60,000 บาทโดยจะไม่เรียกร้องเงินจำนวนใด ๆ จากบริษัทอีกต่อไป
3. บริษัทจะยกเลิกการอุทธรณ์ ศาลฏีกาเกี่ยวกับปัญหาการเลิกจ้าง
4. ทั้งฝ่ายว่าจ้างและลูกจ้างตกลงที่จะยอมความเป็นเสร็จเด็ดขาดตามสัญญานี้ และต่างฝ่ายสัญญาว่าหลังจากนี้จะไม่นำเรื่องนี้มาเป็นปัญหาต่อไปอีก, ลงนาม นายวิทยา ลี้อิสระนุกุล ฝ่ายบุคคล, ลงนาม น.ส.จันทร์เพ็ญ ศรีวัฒนประยูร ลูกจ้าง, นายเอกรินทร์ ต๊ะอินทร์ ประธานสหภาพแรงงานผลิตรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย


     คำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (70/2518) คำวินิจฉัยสมัยนั้น ส่วนหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาสาระที่ประทับใจลูกจ้างเป็นอย่างยิ่ง โดยย่อดังนี้
     “เพราะหากอ้างถึงความเป็นธรรมแล้ว นายจ้างย่อมมีสิทธ์ใช้ความชอบธรรมในการจ้างทนายความที่เก่งกล้าสามารถเข้าใจทะลุปรุโปร่งในปัญหาข้อกฏหมาย แต่ลูกจ้างซึ่งขาดทุนทรัพย์ก็ได้แต่ไช้ความเป็นธรรมในการเรียกร้องสิทธิของตนตามมีตามเกิด ขาดทั้งความรู้ ขาดทั้งกำลังทรัพย์ จะหันหน้าไปปรึกษาผู้ที่ใช้วิชาชีพในการปรึกษาก็ไร้ทรัพย์และปัญญา คำร้องที่ยื่นต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จึงล้วนแล้วแต่เขียนมาจากความรู้สึกนึกคิดจากใจจริงประกอบกับความรู้ที่มีอยู่ งู ๆ ปลา ๆ ตามประสาคนที่มีความรู้น้อย แต่ใฝ่แสวงหาความรู้จึงอาจอ้างมาตราผิดพลาด การพิจารณาของ ครส. ไม่ใช่การพิจารณาของศาล”


• พ.ศ. 2519

(ช่วงนี้สหภาพแรงงานทั่วประเทศถูกลดบทบาท)
     ภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทำให้ฝ่ายปกครองเข้าแทรกแซงขบวนจัดตั้งของกรรมกร มีการให้ร้ายป้ายสีผู้นำแรงงาน ในเรื่องลักธิคอมมิวนิสต์ จักกุม ข่มขู่ คุกคาม ผู้นำอย่าง อารมณ์ พงศ์พงัน และที่สำคัญคือเกิดความคิดแตกแยกในหมู่ผู้นำและในกรณี 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 แม้ว่า พรบ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 จะไม่ถูกยุบเลิกก็ตาม การรัฐประหารนองเลือด 6 ตุลาคม 2519 ได้ทำให้ขบวนการแรงงานที่กำลังจะเติบโตในช่วงของยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน (2516-2519) ต้องหยุดชงัก ศูนย์ประสานงานกรรมกรต้องปิดฉากลง ผู้นำศูนย์กรรมกรโดยหันไปเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย  ส่วนสภาแรงงานแห่งประเทศไทยที่ก่อตั้งเมื่อ 2519 ก็ยุติบทบาท มาก่อตั้งใหม่อีกครั้ง พ.ศ.2521 และเป็นองค์กรเดียวที่มีบทบาทอย่างมากในการเปิดฉากต่อสู้ของกรรมกร เช่น เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ

• พ.ศ. 2521

     สหภาพแรงงานได้รับสมาชิกจาก บริษัท เอเชี่ยนออโตพาร์ท จำกัด (AAP) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ส่งให้ส่งสนับสนุนไลด์การผลิตรายใหญ่ของฮอนด้า

• พ.ศ. 2522

     สหภาพแรงงานได้ขอมติจากที่ประชุมใหญ่ เข้าเป็นสมาชิกสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ซึ่งมีนายไพศาล ธวัชชัยนันท์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวงแห่งประเทศไทย เป็นประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย และนายสวัสดิ ลูกโดด จากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟ แห่งประเทศไทย ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาองค์การลูกจ้าง ในปีนี้ทางสหภาพแรงงานฮอนด้า ได้มีการผละงานเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมง ในประเด็นเรื่องโบนัส ขณะนั้นสมาชิกประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้สหภาพแรงงานมีอำนาจต่อรองเข้มแข็ง

• พ.ศ. 2523

     รับสมาชิกจาก บริษัท ซัมมิท ออโต้พาร์ท ซึ่งเป็นลูกจ้างผลิตชิ้นยานยนต์ จากนั้นไม่นานก็ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2525 ให้เหตุผลเพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการองค์กร ช่วงนั้นการแรงงานสัมพันธ์  ทวิภาคีระหว่างคณะกรรมการสหภาพแรงงานกับนายจ้างหรือฝ่ายจัดการก็ได้ศึกษาทบทวนบทบาทซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาสัมพันธภาพการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของการยอมรับเรื่องบริหารองค์กรแบบการมีส่วนร่วม

• พ.ศ. 2526

     ร่วมก่อตั้งสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย โดยภายใต้การนำของนายไพศาล ธวัชชัยนันท์ แยกตัวออกจากสภาองค์การลูกจ้าง สภาแรงงานแห่งประเทศไทย และส่งนายเอกรินทร์ ต๊ะอินทร์ เป็นกรรมการบริหารและเข้าทำงานเป็นคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อสังคมแรงงาน

• พ.ศ. 2528

บทบาททวิภาคี
     คณะกรรมการสหภาพแรงงานฮอนด้า ร่วมกับฝ่ายนายจ้างได้ทำการปรึกษาหารือร่วมกันในการแก้ไขปัญหาเชิงมหภาคเพื่อฝ่าภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเป็นครั้งแรก ศึกษาหาแนวทางตกลงร่วมกันเปิดโอกาสให้พนักงาน และฝ่ายสมาชิกสหภาพแรงงานสมัครใจลาออกในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนั้น ด้วยทางสหภาพแรงงานและฝ่ายนายจ้างสามารถหาข้อยุติประเด็นค่าชดเชยจนเป็นที่พึงพอใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งทางฝ่ายจัดการยินดีจ่ายค่าตอบแทนช่วยเหลือพนักงานที่เข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออก เป็นจำนวนเงิน 8 เท่าของค่าจ้าง ขณะเดียวกันมีพนักงานสมัครใจลาออกจำนวน 30 คนจากพนักงานทั้งหมด 333 คน

• พ.ศ. 2531

เสริมสร้างความมั่นคง
     สหภาพแรงงานมีแนวคิดเรื่องความมั่นคงในการวางแผนชีวิตให้กับสมาชิกสหภาพแรงงานโดยการเริ่มยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของสมาชิกสหภาพแรงงานซึ่งทางฝ่ายจัดการก็มีความเห็นร่วมด้วยช่วยกันศึกษาโดยการทำข้อตกลงร่วมกันก่อตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในปี 2532 สะสมเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ ขั้นต้ำ 5 เปอร์เซ็นต์ สูงสุดไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับอายุงาน ถือได้ว่าเป็นสถานประกอบต้น ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

• พ.ศ. 2534

รับแรงงานสัมพันธ์ดีเด่นครั้งแรก
     ประเภทที่มีสหภาพแรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย (ครบรอบ 30 ปี สหภาพแรงงานฮอนด้า แห่งประเทศไทย 2548 : 14-16)
ปัจจัยทางการเมือง
     วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 มีนายทหารกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้ทำรัฐประหาร โดยการใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่มี พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ เป็นนายกรัฐมาตรี จากนั้นเสนอแต่งตั้ง นายอนันต์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมาตรี และผลงานเด่น คือทำลายขบวนการแรงงาน โดยการแยกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจออกจากพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ยกเลิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ โดยออกกฏหมายพนักงานรัฐวิสาหกิจที่จำกัดสิทธิพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต่อมาวันที่ 19 มิถุนายน 2534 นายทนง โพธิ์อ่าน ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรแรงงานที่มีสมาชิกมากที่สุดในขณะนั้น หายตัวสาเหตุเพราะเขาท้าทายคัดค้านอำนาจเผด็จการทหาร ประกาศ รสช.ฉบับที่ 54 ซึ่งออกมาลดบทบาทสหภาพแรงงาน คณะ รสช.กลัวคุณทนง โพธิ์อ่าน จะหนีออกนอกประเทศไปประชุมใหญ่ ILO ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากรัฐบาลเผด็จการมีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ

• พ.ศ. 2544

     สหภาพแรงงานได้รับสมัครสมาชิกจาก บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ฮอนด้า โรงงานผลิตตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 30 พ.ค. 2544 ต่อมาในปีถัดไป วันที่ 30 เมษายน 2545 ได้เปลี่ยนชื่อจากสหภาพแรงงานผลิตรถยานยนต์แห่งประเทศไทย เป็นชื่อ “สหภาพแรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย” เพื่อให้ชื่อสอดคล้องกับการรับสมาชิกใหม่ซึ่ง “ผลิตรถยนต์” แต่วัตถุประสงค์ยังเป็นสหภาพแรงงานประเภทกิจการเดียวกันมิใช่สหภาพแรงงาน ประเภทนายจ้างคนเดียวกัน  ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสองโรงงานจำนวน 5,991 คน (บันทึกนายทะเบียนสหภาพแรงงาน เล่มที่ 2, 2552 )

• พ.ศ. 2545

     สหภาพแรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย ลาออกจากสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย เพื่อสมัครเป็นสมาชิก สหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย (TAW) สังกัดสมาพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็คทรอนิกส์ ยานยนต์ และโลหะแห่งประเทศไทย (TEAM) (เป็นสมาชิกสหพันธ์แรงงานโลหะระหว่างประเทศไทย “ IMF ”) และมีมติส่ง นายวันชัย ผุดวารี นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร และนายเพชร โสมาบุตร เป็นกรรมการบริหาร

• พ.ศ. 2550

     สหภาพแรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย ลาออกจากสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ย้ายมาร่วมก่อตั้งสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย (A.L.C.T.) ซึ่งมีสหภาพแรงงานโตโยต้า ประเทศไทย เป็นแกนนำในการก่อตั้ง และมีมติส่งนายเพชร โสมาบุตร เข้าร่วมก่อตั้ง ซึ่งมี นายวันชัย ผุดวารี นายสลักเพชร สารทอง และนายธีระวิทย์ วงศ์เพชร เป็นกรรมการบริหาร

• พ.ศ. 2551

     สหภาพแรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย บริษัทเอเชี่ยนออโตพาร์ท จำกัด (AAP) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งบริษัท ไทยฮอนด้าฯ ถือหุ้น ได้ปิดกิจการเพื่อย้ายฐานการผลิตมาควบรวมกับบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จึงส่งผลให้สมาชิกสหภาพแรงงานที่ทำงานอยู่เอเอพี มาเป็นพนักงานที่บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัดและได้รับสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่เดิมรวมทั้งการนับอายุงานต่อเนื่องชอบด้วยกฏหมายทุกประการ ปัจจุบันมีสมาชิกสหภาพอยู่เพียง 2 แห่ง คือที่ บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (ผลิตรถยนต์ฮอนด้า) และบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (ผลิตรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์เอนกประสงค์ฮอนด้า )

สิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากนายจ้างเชิงแรงงานสัมพันธ์ มีดังนี้
1. การจัดเก็บค่าบำรุง 1 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างจากสมาชิกสหภาพทุกเดือน โดยนายจ้างเป็นผู้จัดเก็บค่าบำรุงให้หักผ่านระบบบัญชีธนาคาร
2. ให้ใช้สำนักงานภายในสถานประกอบการ รวมทั้ง ค่าน้ำ ค่าไฟ
3. ให้ใช้สถานที่จัดการฝึกอบรมสมาชิกภายในสถานที่ประกอบการ
4. อนุญาตให้ตำแหน่งตำแหน่งประธานและเลขาธิการ ทำงานเต็มเวลา 2 ตำแหน่ง
5. ให้กรรมการ ปฏิบัติงานในหน้าที่ครึ่งวัน อนุญาตให้ครึ่งวันทำงานสหภาพแรงงาน
6. อนุญาตให้คณะกรรมการ ไปอบรมสัมมนาตามหนังสือราชการตามความเป็นจริง
7. อนุญาตให้คณะกรรมการ ไปอบรมสัมมนาตามหนังสือองค์กรเอกชนตามความเป็นจริง
8. อนุญาตให้คณะกรรมการใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลในกิจการสหภาพแรงงาน
9. ฝ่ายจัดการให้ข้อมูลทิศทางแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัททุกไตรมาส
10. ให้มีการพูดคุยปรึกษาหารือร่วมกันในคณะทำงาน 4 ชุด ทวิภาคีเดือนละครั้ง
11. ให้มีกิจกรรมกีฬาแรงงานสัมพันธ์ ต่อด้วยงานเลี้ยงสาระสังสรรค์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงทั้งคนไทยและญี่ปุ่นกับคณะกรรมการสหภาพแรงงานปีละครั้ง
12. ให้มีกิจกรรมสำรวจสภาพการตลาดกิจการยานยนต์ทั้งปีและต่างประเทศร่วมกันปีละครั้ง
13. มีกิจกรรมสาธารณะกุศลต่อสังคมภายนอกร่วมกันปีละครั้ง (ครบรอบ 30 ปี สหภาพแรงงานฮอนด้า , 2548 :16-17)


     ส่วนการบริหารเอกเทศภายในองค์กร สหภาพแรงงานก็ได้แบ่งหน้าที่เป็นตำแหน่งและฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้
ประธาน รองประธาน เลขาธิการ รองเลขาธิการ ฝ่ายนายทะเบียน เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ การศึกษา วิจัยข้อมูล รับเรื่องราวร้องทุกข์ ดังนั้นจึงกำหนดคณะทำงานร่วมให้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สหภาพแรงงานและฝ่ายจัดการ ได้ดำเนินกิจการในขบวนการผลิตภัณฑ์สู่ลูกค้าอย่างราบรื่น และบริหารข้อเรียกร้องในการตอบสนองความต้องการของสมาชิกและพนักงานทุกคนได้อย่างราบรื่นสมเหตุสมผลอย่างมีประสิทธิภาพ หากข้อเรียกร้องที่เจรจากันไม่จบก็ยกให้เป็นหน้าที่ของคณะทำงานทวิภาคี 4 ชุด (ครบรอบ 30 ปี สหภาพแรงงาน , 2548 : 45) นำไปพูดคุยกันนอกรอบได้ทั้งปีเพื่อให้ได้ข้อมูลสมบูรณ์เพียงพอและไปในทิศทางเดียวกัน ป้องกันการเกิดปัญหาข้อพิพาทแรงงาน ซึ่งหากเกิดปัญหาความขัดแย้งด้านแรงงานถือได้ว่าเป็นปัญหาสำคัญอาจก่อให้เกิดความเสียหายไม่เฉพาะแต่ภายในสถานประกอบการเท่านั้น ถ้ายืดเยื้อรุนแรงก็จะส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนแก่สาธารณะชน เช่น การสไตส์นัดหยุดงาน การปิดงานของนายจ้าง การชุมนุมปักหลักพักค้างในที่สาธารณะ ผลกระทบที่ตามมาคือลูกจ้างขาดรายได้ เกิดปัญหาการว่างงาน ความไม่สงบในขบวนการแรงงาน จะส่งผลถึงการพัฒนาอุตสาหกรรม กระทบกับสมาชิกสหภาพแรงงานโดยตรงและเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคงของรัฐได้ (ชำนาญ พจนา , 2548 : 5) สำหรับทางฝ่ายการศึกษาของสหภาพแรงงาน ก็ได้จัดการอบรมสัมมนาให้สมาชิกได้รับรู้ถึงสิทธิ บทบาทหน้าที่ทั้งภายในและภายนอกส่วนงาน